Lagnadan's profileValhalla of my lifePhotosBlogLists Tools Help

Lagnadan Lughnasadh

Occupation

Valhalla of my life

Harmonies of the Asgard song
June 10

ขงจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ทันทีที่พระองค์เสด็จประทับยืนยังระเบียงหน้าพระที่นั่ง เสียงร้องของเหล่าพสกนิกรก็กระหึ่มโหมดังกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณ "ขอจงทรงพระเจริญ!!!" คำคำนี้ถูกเอ่ยซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ประชาชนชาวไทยที่พร้อมใจกันมารับเสด็จต่างกู่ร้อง โบกมือ และธงชาติไทยด้วยความยินดี ปากก็เอ่ยถวายพระพรไม่ขาดสาย หยาดน้ำตา และรอยยิ้มอันเปี่ยมไปด้วยความปีติสุขฉายอยู่บนใบหน้าของคนทุกผู้ เวลานี้ พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ลืมสิ้นแล้วทุกอย่าง ทราบแต่เพียงว่า เราทั้งหลาย ล้วนเป็น "ลูก" อันจงรักภัคดี และเคารพรัก "พ่อ" ซึ่งประทับยืนทอดพระเนตรมายังพวกตนด้วยพระเมตตาอันล้นพ้น เวลานี้เอง ที่ "สันติสุข" อันจริงแท้ และเป็นหนึ่งเดียวได้บังเกิดขึ้นแล้ว

"ขอแค่เพียงชีวิตนี้ ได้อยู่ในสายพระเนตรซักครั้งก็เป็นเกียรติอนหามิได้แล้ว"

ประชาชนชาวไทย นับได้ว่าเป็นผู้ที่โชคดีที่สุดแล้ว ที่ได้เป็นข้าแผ่นดินของ "ในหลวง" กษัตริย์ผู้ซึ่งเปี่ยมไปด้วยพระเมตตา และพระมหากรุณาธิคุณล้นยิ่ง ประชาชนไทยทุกผู้ ทุกศาสนา ทุกถิ่น ขอถวายพระพรแด่องค์พระมหากษัตริย์ อันเปี่ยมด้วยราชธรรม
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
The Seraphim (ไวน์)
และพสกนิกรชาวไทย

June 05

พรสวรรค์ ความทุกข์หรือ?

ซึ่งได้รับคำถามนี้มาจากพี่เดช แล้วไวน์ตอบไปในความคิดของไวน์
 
 
 
จริงหรือ?ที่เป็นผู้มีพรสวรรค์พิเศษแล้วจะต้องแบกรับความทุกข์มากกว่าคนทั่วไป
 
 
 
 
- ไม่จริง... ในสายตาไวน์นะ เพราะว่าสิ่งที่เรารู้ หรือสิ่งที่เราเป็นนั้น เป็นหน้าที่ที่เรา(ซึ่งอาจจะเลือกมาเอง หรือตกกระไดพลอยโจนก็แล้วแต่) สามารถทำได้ในขอบเขตหนึ่งๆ ซึ่งสิ่งนั้นๆก็ไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงมากเท่าไหร่ (ไวน์พูดถึงสถานะในศาสตร์นะ) แต่ถ้าเป็นพรสรรค์ด้านอื่นๆล่ะก็ ไวน์เชื่อว่าเป็นสิ่งที่ธรรมชาติคัดสรรค์มาเพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดโดยเฉพาะ โดยที่เขาผู้น้นซึ่งได้รับพรสวรรค์น้นๆมาก็มีหน้าที่ หรือบทบาทอันเกี่ยวข้องกับสิ่งนั้นๆอยู่แล้ว

 วันนี้มีความสุขมากๆ ให้ทายว่าเรื่องอะไร? คิกๆ ได้สระผมให้กับ "อาร์ท" ล่ะ น้องชายผู้น่ารัก

ซึ่งอยู่ๆก็มาหาพร้อมกับบอกว่าขอให้สระผมให้หน่อย >_< อา... มีความสุขมากๆ ได้สัมผัส ได้ดูแล


ไวน์ว่าไม่ใช่ ความทุกข์หรอก จริงอยู่ว่าอาจจะมีเหนื่อยบ้าง ท้อบ้าง แต่ถ้าหากผู้มีพรสวรรค์นั้นๆ รู้จักที่จะมองความสุขที่อยู่รอบๆตนเองแล้ว ไวน์ว่า ก็ไม่ต่างจากคนทั่วๆไปหรอก พรสวรรค์น่ะ คือสิ่งสร้างของธรรมชาติที่ปรากฏมาในรูปแบบหนึ่งๆ แค่เพียงทำได้ดีกว่าคนทั่วไป ไม่อยากให้คิดว่า "เหนือ" หรือพิเศษ" กว่าคนทั่วไป
 

เอาใจใส่เขาก็พอ คิดได้แค่น้องชายนี่นา ก็อยากจะทำให้ดีที่สุด ให้มีความสุขที่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ

เพราะยังไงเราก็เป็นได้แค่ "พี่" ของเขาเท่านั้น ก็จะพยายามทำตัวให้เป็นพี่ที่น่าเคารพ และเป็นที่รัก

ถ้าจะขอนอกเรื่องได้ไหม? ไวน์ไม่อยากให้เรียกว่า พวกเรา "พิเศษ" หรือ "เหนือ" กว่าคนอื่นๆ เด็กหลายๆคนมักมองว่า ผู้ที่ "เป็น" ศาสตร์ต่างๆนั้น "เหนือ" หรือ "สูง" กว่า คนธรรมดา เป็นสิ่งที่ เหนือปุถุชนทั่วไป ไวน์ไม่อยากให้คิดเช่นนั้น เพราะทุกๆสิ่ง ไม่เพียงแต่มนุษย์เท่านั้น รวมไปถึงสิ่งสร้าง หรือองค์ประกอบอื่นในธรรมชาติ ล้วนแต่มี "หน้าที่" ที่ซึ่งสิ่งนั้นๆจะสามารถทำได้ ซึ่งถูกกำหนดแล้วว่า "ควร" เป็นเช่นไร
 
และขอให้ยังคงความสนิทสนมเช่นนี้ไว้ให้นานเท่าที่จะสามารถนานได้ แค่ได้ยินคำพูดบางคำ 

เราไม่อาจจะเอา "ครู" ไปเป็น "พ่อครัว" ได้ เพราะครูก็คือครู หรือเราไม่อาจจะเอา หมอ มาตรวจสภาพรถยนต์ได้ เพราะทั้งหมอ และครู หรือพ่อครัวก็ล้วนแต่มีหน้าที่ และความสามารถเฉพาะ ที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้น จึงไม่อยากให้ทุกๆคนดูแคลน หรือเปรียบเทียบตัวเรา กบผู้อื่น หรือวัดคุณค่า ในตัวบุคคล เพราะเราเองก็เป็นหนึ่งในองค์ประกอบรวมของกิจการอนยิ่งใหญ่ซึ่งเรียกว่า "ธรรมชาติ"
 
ที่ออกมาจากปากน้อง ถึงความสนิทสนม และความประทับใจ รวมไปถึงท่าทีดีใจ อ้อนราวเด็กๆ

พระเจ้า พระจิต หรือวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ ล้วนสื่อแสดงอยู่รอบกายเรา
ล้วนแต่ส่งพระสารสำคัญมายังบุคคลหนึ่งๆ ด้วยวิธีที่ต่างกันออกไป
เราควรจะเชื่อในสิ่งนั้นๆ ในทางของเรา โดยที่สิ่งนั้น คือสิ่งที่ดีแท้ และจริง
 
และความไว้เนื้อเชื่อใจที่เขามีให้ เท่านี้ก็พอใจแล้ว เพียงเท่านี้ก็ทำให้ "พี่" คนนี้มีความสุขมากมาย
 
และเราเองควรเคารพในศรัทธาของผู้อื่น เช่นที่ผู้อื่นกระทำ เพราะพระเจ้า ก็ทรงสื่อแสดงพระสารนั้นๆ แก่ผู้อื่นด้วยเช่นกัน
เราจะไปเที่ยวถามว่า "พระเจ้าของท่านคือใครกัน? มีตัวตนจริงรึ?"
เช่นนั้นก็ไม่ต่างกับเที่ยวถามว่า "ตัวเรานั้นมีตัวตนจริงเช่นนั้นหรือ?"
 
จนสามารถอดทนต่อจิตอกุศล ด้านมืดต่างๆได้อย่างไม่ยี่หระ วันนี้ได้สระผมให้มีความสุขมากๆ

The Sacred Oracle 25/05/06 ถ้าใครที่ได้บังเอิญเห็นข้าความนี้ ก็อยากจะให้มาคุยกันทาง MSN หน่อยนะ แล้วก็อยากให้เก็บเป็นความลับ แต่ถ้าอยากที่จะประกาศออกไปก็ไม่เป็นไร เพราะไวน์เองก็เตรียมพร้อมที่จะยอมรับความจริงไว้แล้วเช่นกัน
ไร้สาระจัง BLOG วันนี้...
November 15

คราวนี้มติชน

ข่าวด่วนจ้า!!!
 
 
 
 
"ตอนนี้ผมเลิกไหว้พระแล้ว จะหันมานั่งสมาธิฝึกจิตแทน"

เห็นประโยคเพียงแค่นี้ก็อดไม่ได้ที่จะอ่านเรื่องราวของวัยรุ่นยุคนี้ที่ปรากฏเป็นข่าวพาดหัวในหนังสือพิมพ์บัณฑิตย์โพส ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ผลงานของนักศึกษามหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ที่หยิบจับกระแสวัยรุ่นซึ่งกำลังคลั่งไคล้ลัทธิ "สยามวิกคา" มาเป็นประเด็น

เมื่ออ่านแล้วก็รีบเกาะติดเรื่องราวของวัยรุ่นกลุ่มนี้ จนได้ความว่า "ลัทธิสยามวิกคา" มีอยู่จริงและปัจจุบันนี้มีสมาชิกที่เป็นวัยรุ่นอยู่ถึง 63 คน ซึ่งไม่น้อยทีเดียว พวกเขาทั้ง 63 คนเชื่อว่าในประเทศไทยมีศาสตร์อันลี้ลับของเวทมนตร์และมีพ่อมดแม่มดอยู่จริง

แม้หลายคนจะคิดเหมือนๆ กันว่าความเชื่อเรื่องพ่อมดแม่มดมีก็แต่ในนิยายปรัมปราหลอกเด็กเท่านั้น!! แต่เมื่อได้พูดคุยกับ "เฟียต"(นามสมมุติ) หญิงสาวที่ได้รับเครดิตว่าเป็นผู้ปลุกกระแสศาสตร์เวทมนตร์พ่อมดแม่มดในเมืองไทย บอกว่าได้จัดทำเว็บไซต์ www.siamwicca.has.it ขึ้นในปี 2542 เป็นเว็บไซต์ที่รวมผู้ที่สนใจในศาสตร์อันลี้ลับของมายิกเวทมนตร์คาถาและวิถีอันเก่าแก่ของบรรพกาล วัตถุประสงค์เพื่อต้องการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวเวทมนตร์คาถาที่ถูกเก็บเป็นความลับมาช้านานนับตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษให้แก่ผู้ที่สนใจได้ศึกษาค้นคว้าแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็น โดยไม่ได้มีเจตนารมณ์ที่จะบังคับหรือหลอกลวงใดๆ

"ความเชื่อเรื่องศาสตร์อันลี้ลับนั้นมันไม่ได้เกิดจากกระแสนิยมแฮร์รี่ พอตเตอร์ หรือความคลั่งลัทธิของวัยรุ่น เพียงแต่เป็นวิถีความเชื่อหรือศาสนาที่เชื่อมั่นว่าสามารถทำให้ผู้ที่ปฏิบัติตามพบความสงบสุขได้เหมือนกับศาสนาอื่น ดังนั้นการที่วัยรุ่นจะแห่มาเชื่อเรื่องพ่อมดแม่มดมันก็ไม่น่าผิดอะไร"

เฟียตยังหยิบตำราเล่มหนาเตอะขึ้นมาให้ดูอีกว่า ปัจจุบันวัยรุ่นในเมืองไทยส่วนใหญ่จะสนใจศาสตร์ที่เกี่ยวกับเวทมนตร์พ่อมดแม่มดอยู่ 5 ศาสตร์ใหญ่ๆ ทั้งศาสตร์วิกคา เน้นหลักการเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ, ศาสตร์ละตินซานทีเรีย เป็นสายพ่อมดแม่มดจากอเมริกาใต้ จำพวกหมอผีวูดู, ศาสตร์ชาแมน เป็นกลุ่มของคนทรงเจ้า ถอดจิตสื่อสารกับวิญญาณบรรพบุรุษ, ศาสตร์มนต์ดำ ศาสตร์นี้จะบูชาซาตานหรือปีศาจที่ชั่วร้าย หลงใหลในคำสาป และศาสตร์อื่นๆ เช่น ศาสตร์ผู้วิเศษศาสตร์เคออสและกลุ่มผู้ที่ไม่เชื่อเรื่องเวทมนตร์คาถาแต่สนใจเกี่ยวกับตำนานเร้นลับเกี่ยวกับเทพเจ้า

เมื่อคุยกับผู้ปลุกกระแสศาสตร์เวทมนตร์พ่อมดแม่มดในเมืองไทยแล้ว

คราวนี้ถึงเวลาสำคัญที่จะได้พบกับบรรดาวัยรุ่นที่อยู่ในลัทธิสยามวิกคา โกศล มุสิกมาศ หนุ่มลูกแม่โดมวัย 27 ปี เขาบอกว่า สนใจศึกษาลัทธิสยามวิกคามา 2 ปีแล้ว

"ตอนนี้ผมเลิกไหว้พระไปแล้วหันมานั่งสมาธิฝึกจิตแทน ศาสตร์นี้สอนให้เราเชื่อในศักยภาพของตัวเอง ใครจะด่าจะว่าก็ช่าง ผมอยู่ของผมแบบนี้ก็ไม่ได้ไปทำให้ใครเดือดร้อน"

มาถึงหนุ่มวัย 16 ปี วิกรม เลาห์วีระพานิช อีกหนึ่งหนุ่มที่มีความเชื่ออย่างแรงกล้าในศาสตร์ของเวทมนตร์พ่อมดแม่มดกล่าวว่า พ่อแม่ไม่เคยดุด่า เพียงแต่อย่าให้เสียการเรียนก็พอ และการนับถือในศาสตร์ลัทธินี้ก็ไม่ได้ทำให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน

"ผมเชื่อว่าประเทศไทยมีพ่อมดแม่มดอยู่จริง เพียงแต่พ่อมดแม่มดในความคิดของคนอื่นๆ จะเข้าใจว่ามีตัวตนอยู่แค่ในนิยาย แต่สำหรับผมนั้นพ่อมดแม่มดก็เหมือนนักบุญหรือนักปราชญ์ ที่คอยสั่งสอนให้เราเป็นคนดี ไม่ได้ชั่วร้ายเหมือนในนิยายหรือการ์ตูน"

หลายคนอาจยกมือค้านในความคิดของกลุ่มคนเหล่านี้ แต่นั้นก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละคน เรื่องราวของศาสตร์ลี้ลับนี้ยังคงไม่ได้รับการพิสูจน์ และยังคงเป็นปริศนาต่อไป แต่อย่างน้อยก็ยังอุ่นใจว่าลัทธิที่เหล่าสาวกวัยรุ่นกลุ่มนี้นับถืออยู่นั้นไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ที่สำคัญไม่ได้เป็นลัทธิที่มีเสียงกระซิบจากสวรรค์ให้ไปฆ่าใคร แค่นี้ก็พอจะทำให้โล่งใจได้บ้าง เฮอ!!!

หน้า 36 มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 15 พฤศจิกายน 2548

 


อึ้งไปเลย
โดนกับตัวถึงรู้ ไม่รู้จะพูดอะไรเลยง่า
เหอๆ ขอให้เรื่องเงียบ
ไม่ก็ออกสรยุทธไปเล้ย!!!
จะได้คุยสนุก555
November 14

วันนี้ฝนตกอีกแล้ว

เดี๋ยวนี้อากาศแปรปรวนมาก เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว เดี๋ยวฝนตก ถึงยังไงเพื่อนๆทุกคนก็พยายามรักษาสุขภาพให้ดีด้วยนะ

เมื่อวันที่13ที่ผ่านมา ไปบริจาคเลือด มีคนไปเยอะแยะเลย แต่บริจาคได้ 4 คน ไวน์กับคิว เป็นผู้บริจาคเก่า ส่วนซีดี กับซู เป็นเด็กใหม่ หุๆ พาเด็กๆมาเสียเลือด วันบริจาคครั้งต่อไปก็คือ วันที่ 18 กุมภาพันธ์นะ ขอให้มากันได้เยอะๆเถอะ เพี้ยง!

เดี๋ยวก่อนนะ จะพยายามไล่ว่ามีคนไปกี่คน มีไวน์ ซู ซีดี คิว โอษฐ์ โด่ง บิ๊ก(นนท์) โจ้ อาร์ท เจนนี่ เรนอน แล้วก็ตาแบงค์ตามมาสบทบหลังสุดเลย เสียดายที่พี่จินไปเที่ยว เลยอดเลย T^T

อ้อ! มีเรื่องดีๆมาเล่าให้ฟังด้วย ระหว่างที่รอพวกเด็กๆกันอยู่เนี่ย ก็เจอคู่สามีถรรยาชาวสิงคโปร์มาถามทาง แล้วเค้าก็ชวนคุย แถมยังชมด้วยนะ ว่าภาษาอังกฤษไวน์ใช้ได้ พูดชัดดี คิกๆ เค้าบอกว่ามาเมืองไทยบ่อยมาก ตลอด 40 ปี เห็นพัฒนาการของเด็กไทยที่แต่ก่อน แบ๊ะๆกับภาษาอังกฤษ พูดไม่ได้เลย แต่ตอนนี้ ไปทางไหน ถามใครก็พูดได้ เค้าบอกว่าดีมากๆเลย เด็กไทยสมัยนี้เก่งขึ้นมาก ภูมิใจจัง(ถึงจะไม่เด็กแล้วก็เถอะ)

เรื่องของคราวที่แล้วที่พูดไปเกี่ยวกับ กาย จิต และวิญญาณ มีคนสงสัยเยอะจริงเชียว มีคำถามน่าสนใจที่ไวน์ตอบมาแปะไว้ให้อ่านกันด้วยนะ


วีถาม - ถ้าเช่นนั้น การกำเนิดชีวิตใหม่สามารถสร้างให้บรรลุได้ด้วยจิตเช่นนั้นหรือ ?
พี่ไวน์ตอบ - "ชีวิตใหม่" อันหมายถึงสมบูรณ์พร้อมด้วย "กาย" "จิต" และ "วิญญาณ" หรือ? สิ่งที่สมบูรณ์พร้อมย่อมต้องเกิดจากสิ่งที่สมบูรณ์พร้อมเช่นกัน ด้วย"จิต" เพียงสิ่งเดียว มิอาจสร้าง "ชีวิต" ที่พร้อมทั้ง "กาย" "จิต" และ "วิญญาณ" ได้

วีถาม - ถ้าเช่นนั้นเราจะสร้างชีวิตได้โดยการสร้างจิตโดยปราศจากวิญญาณได้เช่นนั้นหรือ ?
พี่ไวน์ตอบ - ได้ แต่ชีวิตที่ถูกสร้างนั้น ไม่ใช่ชีวิตอันสมบูรณ์พร้อม

วีถาม - ถ้าเช่นนั้นสมมุติว่าเราจะสร้างอสูรพิทักษ์เช่นเอ็นช์โดยการใช้ต้นไม้แล้ว อักขระ จะมามารถมอบชีวิตได้เช่นนั้นหรือ ?
- ถ้าวีเขียนอักขระ "Lintury Menacz Zunamun Hinture Na Maesiaer" ก็สามารถสร้างเอ้นช์ได้เช่นนั้นหรือ
พี่ไวน์ตอบ - อสูรพิทักษ์อันเกิดจากจิตและวิญญาณของธรรมชาติเช่น เอ็นช์นั้น คือหาได้เกิดจากการลงอาคม หรือสรรค์สร้างของผู้มีพลังใดๆทั้งสิ้นไม่ เป็นพลังและการสั่งสมคัดกรองของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่
- ต้นไม้นั้น มี "ชีวิต" อยู่ในตัวตนดั้งเดิมของมันแล้ว มีทั้ง "จิต" และ "วิญญาณ" ที่กอปรกับ "กาย" อันสัมผัสได้ หากแต่ศักยภาพสูงสุดของ "กาย" แห่งพรรณพฤกษ์นั้นมีขอบเขต ชีวิตของต้นไม้ธรรมดาโดยทั่วไม่สามารถลุกเดินเหิน หรือสื่อสารภาษาเยี่ยงมนุษย์หรือสัตว์อื่นๆ ถึงแม้เราจะใส่อาคมอันแข็งกล้าปานใด ก็ไม่อาจฝืนธรรมชาติที่มันเป็นอยู่ ไม่อาจบรรลุก้าวข้ามศักยภาพสูงสุดที่ขีดกั้นไว้ (เราไม่อาจเห็นผักกาดขาวเดินจ่ายตลาด หรือกระทั่งหัวไชเท้าเต้นระบำ แต่เราสามารถสัมผัส "ชีวิต" ของพวกเขาได้)

วีถาม - ถ้าใช่ เราจะสร้างชีวิตด้วยอักขระได้ เราสามารถสร้างชีวิตเช่นพระผู้เป็นเจ้าได้เช่นนั้นหรือ ?
พี่ไวน์ตอบ - ชีวิตที่เกิดขึ้นมานั้น ก็ล้วนแต่ไม่สมบูรณ์พร้อม ไม่จีรัง ด้วยเหตุที่เราไม่สามารถสร้าง "วิญญาณ" อันเป็นอมตะ และที่พำนักแห่งจิตอันสูงสุดได้

วีถาม - ถ้ามีแค่จิตแต่ไม่มีวิญญาณจะสามารถหากายอื่นได้เช่นนั้นหรือ ?
พี่ไวน์ตอบ - จิตจะสูญทันทีที่ขาดวิญญาณ หรือแหล่งพลัง ซึ่งโดยส่วนมากชีวิตเทียม ก็มักจะมีแหล่งพลัง(เช่นอักขระของโกเลม)อยู่ในกาย เมื่อจิตเสีย กายและแหล่งพลัง ก็จะสูญไป เราสามารถย้ายจิตเราโดยที่ทิ้งกายไว้ได้ แต่วิญญาณจะตามจิตมาด้วย ต่างจากชีวิตเทียมที่ไม่สามารถถอดจิตโดยทิ้งกายซึ่งเป็นหนึ่งเดียวกับแหล่งพลังได้ (โกเลมไม่สามารถถอดจิตไปไหนได้เพราะอักษร EMETH ซึ่งเป็นที่พำนักของจิต ติดอยู่กับกาย)

วีถาม - ถ้าเช่นนั้นเมื่อ "กาย" ของเราถึงคราวสิ้นสุดแล้วเราจะย้าย จิต ที่รวมกลับวิญญาณ หากายใหม่ได้เช่นนั้นหรือ ?
พี่ไวน์ตอบ - "ความอมตะของดวงวิญญาณ" ตามที่หลายความเชื่อมี และ"การกลับชาติมาเกิด" ยังเรียกได้ว่ากายกลับมาของจิตและดวงวิญญาณใน "กาย" ใหม่ไม่ได้อีกหรือ?

วีถาม - เราขอถามท่านว่า หาก จิตและวิญญาณ จะหาที่อยู่ได้เช่นนั้น วิญญาณและจิตเราที่สเถียรกว่าจิตที่สร้างก็สามารถย้ายสู่กายใหม่เช่นวิชาคืนชีพอมตะได้ด้วยเช่นนั้นหรือ ?
พี่ไวน์ตอบ - การเปลี่ยนกายในที่นี้ หมายถึงหาร่างใหม่ เพื่อหลีกหนีการตายงั้นรึ? แล้วจะหาร่างจากไหน? จากธุลีดิน ต้นไม้ หรือหินกรวดหรือ? ถ้าเช่นนั้นก็ไม่ต่างอะไรไปจากผู้ที่สิ้นชีพแล้ว แต่ไปสิ่งสู่ตามสิ่งต่างๆตรงไหน เพราะกายที่พวกเขาพำนักนั้น ก็มีศักยภาพที่เป็นข้อจำกัดอยู่แล้ว (ดั่งที่เคยว่าไว้ว่า หัวไชเท้าจะเต้นระบำไม่ได้)


ตอบคอมเมนท์จ้า!

Modlf_FF - เน้อๆ ฮือๆ น่ารักง่า ชอบๆ เสียใจเรื่อง คะแนน Lab ด้วยนะเจ้าคะ T^T

Kung - คิดถึงเช่นกันจ้า

GoblinKING976 - กายคือ Body จิต คือ Mind และวิญญาณ คือ Spirite or Soul จ่ะ

November 10

กาย จิต และวิญญาณ

เดี๋ยวนี้วันเสาร์-อาทิตย์ เวลาหกโมงครึ่ง ถึงสองทุ่ม ห้ามออกนอกบ้านเป็นอันขาด! กำลังติดละครขนาดหนัก "แดจังกึม" จอมนางแห่งวังหลวง ติดงอมแงมเลยล่ะ ลี ยอง-เอ ที่แสดงเป็นตัวเอก "จังกึม" น่ารักมากๆเลย อายุขึ้นเลขสามแล้วยังสวยอยู่เลย น่าร๊าก!~ เอิ๊ก! เสียสติไปแล้วเรา -*-
 

 
วันนี้ว่างๆ จะมาพูดขยายความจากเรื่องโกเลมคราวนั้น ยังจำเรื่องของ "จิต" "วิญญาณ" และ "กาย" ได้ไหม? บางคนอาจจะไม่เข้าใจเลยจะมาขยายความ
 
สิ่งมีชีวิตอันมีปัญญาสามารถตัดสินใจในสถานการณ์ต่างๆได้นั้น ประกอบไปด้วย "กาย" "จิต" และ"วิญญาณ" ต่างจากที่ทุกคนเข้าใจว่ามีเพียง "วิญญาณ" และ "กาย" เท่านั้น
 
"จิต"
คือสิ่งอันสำคัญสูงสุด
เป็นดั่งตัวที่แสดงความเป็นปัจเจก
ตัวตนของเรา
จิตเป็นผู้คิด ตัดสินใจ
โดยอาศัยพลังงานจาก "วิญญาณ"
 
"จิต" และ "วิญญาณ"
เป็นสิ่งที่ขาดซึ่งกันแกนไม่ได้
วิญญาณเป็นที่พำนักของจิต
และเป็นตัวกลางของจิตในการที่จะสื่อสารกับ "กาย"
เมื่อจิตขาดวิญญาณ
เมื่อนั้นก็คือการสูญสิ้นความเป็นตัวเรา
 
"กาย"
คือผู้เป็นพาหนะของ จิต และวิญญาณ อีกทอดหนึ่ง
เป็นผู้ที่จะแสดงออกถึงเจตนารมณ์แห่งจิต
อากัปกิริยาทั้งหมด ถูกถ่ายทอดจากจิต ผ่านวิญญาณที่เป็นตัวกระตุ้นทั้งสิ้น
 
เมื่อถึงคราวที่ "กาย" หมดอายุไข
จิตซึ่งผูกติดกับวิญญาณก็จะหาภาชนะใหม่ต่อไป
 
แต่ก็มีกรณีพิเศษเฉพาะ
ที่จิตสามารถอยู่ในกายได้ โดยปราศจากวิญญาณ
โดยการใช้แหล่งพลังจากสิ่งอื่น
เช่น
โกเลม ซึ่งได้รับพลังงานจากอักษรศักดิ์สิทธิ์ "EMETH" แทนพลังวิญญาณ
แวมไพร์ ซึ่งได้รับพลังงานมาจาก ดวงวิญญาณของเหยื่อ
โดยปกติแล้ว ปีศาจจะไม่มีวิญญาณ
จึงต้องอาศัยแหล่งพลังจากสิ่งอื่น
บ้างก็คือดวงวิญญาณของสิ่งมีชีวิตอื่น
อำนาจพลังจากสิ่งวิเศษบ้าง
ความรุนแรงของด้านมืดในจิตใจบ้าง
แตกต่างกันออกไป
 

 
มาตอบคอมเมนท์เพื่อนๆนะ
 
GoblinKING976 - แขกใหม่มาแล้ว ยินดีต้อนรับ ดีใจที่ชอบเรื่องโกเลมนะ
 
Mabus_the_Exodus_Guilty - ขอบใจที่เป็นห่วงนะตาซู เรื่องนิยายพยามเข้านะ เขียนไปตามที่เราอยากจะถ่ายทอดนั่นแหละ เดี๋ยวพี่จะช่วยขัดเกลาให้อีกที อย่ากลัวว่าจะออกมาไม่ดี ไม่สนุก ทำให้สุดความสามารถของเราก็พอ พักนี้พี่เองก็รู้สึกว่าอยากได้เพื่อนคุย มันเครียดๆ เหงาๆ ปนกันบอกไม่ถูก เป็นช่วงด้านลบกำลังเติบโต T^T
 
Modlf_FF - ขอบคุณมากๆเลยนะ ลิตคุง ทางนั้นก็พยายามเข้าล่ะ ไวน์เชื่อว่าลิตคุงทำได้ล่ะ ระดับนี้แล้ว คิกๆ
 
AunNackTar - เรื่องนิยายน่ะ ไม่ต้องเครียดหรอก ตอนนั้นมันเป็นช่วงวิกฤติของเด็กดี เพราะแต่ก่อนคะแนนปั้มได้ พอเค้าป้องกัน ก็เกิดอาการเสียความมั่นใจ ไปให้คะแนนนิยายของตัวเองกันหมด ก็เลยทำให้นักเขียนหลายคนท้อและเลิกไป วีลองใหม่สิลูก อย่างน้อยก็ให้ชีวิตของตัวละครเดินทางจนถึงจุดที่เราตั้งไว้ ตัวละครที่เราสร้างทุกตัวก็มีชีวิตนะ จะให้ชะตากรรมหยุดไว้เพียงครึ่งๆกลางๆน่ะ ไม่ดีหรอกนะ
 
Photo 1 of 3
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by